ไปดู “เดปาจิกะ” ศูนย์รวมของกินชั้นใต้ดินห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่น!

*คำเตือน โพสต์นี้ไม่เหมาะกับคนหิวหรือน้ำลายไหลง่าย*
*และมีรูปเยอะมากค่ะ”

พาไปเดินดู “เดปาจิกะ” หรือชั้นใต้ดินห้างสรรพสินค้าของญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยของกินน่าอร่อยมากมาย!! ٩(ˊᗜˋ*)و
#คนไทยในญี่ปุ่น หรือคนอยากไป #เที่ยวญี่ปุ่น ขอบอกว่าตามมาดูกันเลย!
คำว่า “เดปาจิกะ” นั้นก็มาจากคำว่า デパート (depaato) ที่แปลว่าห้าง กับคำว่า 地下 (chika) ที่แปลว่าใต้ดินค่ะ
โซนชั้นใต้ดินของห้างญี่ปุ่นจะเต็มไปด้วยของกิน! ทั้งซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายอาหาร ขนม กับข้าว เต็มไปหมด
ซึ่งคนญี่ปุ่นก็ให้ความสำคัญกับมันมาก ขนาดที่บางห้างใช้เดปาจิกะเป็นหนึ่งในจุดขายของห้างเลยค่ะ
ว่ากันว่าเดปาจิกะนั้นเริ่มต้นขึ้นในปี 1963 ที่ห้างมัตสึซากะยะ สาขานาโงย่า (จังหวัดไอจิ)
สาเหตุที่ต้องเอาโซนขายอาหารและของสดต่างๆ มาไว้ชั้นล่างๆ นั้นมีหลายประการ เริ่มตั้งแต่ความสะดวกในการขนของเข้ามาวางในห้าง ความประหยัดในการเดินสายไฟและทางน้ำสำหรับซุปเปอร์ ไปจนถึงความดึงดูดใจลูกค้าที่ใช้การเดินทางโดยรถใต้ดิน เนื่องจากมีห้างจำนวนไม่น้อยติดสถานี
คนมาเที่ยวหลายครั้งอาจจะลืมนึกถึงชั้นใต้ดินห้างไป แต่แอดมินขอแนะนำเลยนะ!
เพราะเราจะมีโอกาสได้ชิมของดัง รสที่คนญี่ปุ่นชื่นชอบกันแท้ๆ แถมมีโอกาสได้ซื้ออาหารลดราคาด้วย (☆∀☆)
ครั้งนี้แอดมินได้รับคำชวนจาก japankuru.com ให้ไปเดินเล่นช้อปปิ้งที่ห้าง SEIBU (เซย์บุ) สาขาชิบุย่าที่ขอบอกว่าเดินทางง่ายสุดๆ (*°∀°)=3
จะน่าสนใจขนาดไหน ไปดูด้วยกันเลยจ้า \\\└(‘ω’)┘////

hachiko shibuya seibu department store

วันนี้เราจะไปกันที่ห้างเซย์บุ (SEIBU) สาขาชิบุย่าค่ะ
ซึ่งห้างไปง่ายมากกกกกกกกกกกกกก

เดินออกจากสถานีรถไฟชิบุย่า (Shibuya) ทุกคนจะต้องรู้จักเจ้ารูปปั้นหมาตัวนี้แน่นอน!
จากข้างๆ รูปปั้นน้องหมาฮาจิโคหน้าสถานี มองไปขวามือหาตึกที่มีป้ายสีฟ้าๆ น้ำเงินๆ

นั่นล่ะค่ะ เซย์บุของเรา!

หรือถ้ามองหาที่ห้าแยก scramble ก็ง่ายสุดๆ เหมือนกัน

มองตรงไปเราจะเจอ TSUTAYA ที่ชั้นสองเป็น Starbucks
มองไปซอยทางขวามือ จะเจอป้ายสีน้ำเงินของห้างเซย์บุเลย

ใครยังอยากเพิ่มความแน่ใจให้มากก็นี้ ก็ลองดูจากเว็บไซต์ของห้างและ google map ได้เลยค่ะ

เว็บไซต์ห้าง SEIBU : https://www.sogo-seibu.jp/foreign/welcome/
google map : https://goo.gl/maps/zSeDVJyy7423MebDA

เดินมาตามถนนที่เราเห็นก็จะเจอทางเข้าเด่นชัดพร้อมป้ายแบบนี้ล่ะค่ะ

ห้าง SEIBU ตรงนี้จริงๆ มีด้วยกัน 2 อาคาร มีถนนสายเล็กๆ ขวางอยู่ แต่เขาก็มีทางเชื่อมอยู่นะ
จะเรียกว่าตึก A และ B

ตึกซ้ายมือ (เดินมาจากสถานีแล้วเจอก่อน) คือตึก A
ส่วนตึกขวามือที่หากเดินมาจากสถานีต้องข้ามถนนเล็กๆ ก่อนคือตึก B

วันนี้เราจะไปเดินเล่น (แต่กินจริง) ในตึก A กันค่ะ

แน่นอนว่าช่วงนี้ทางห้างก็มีเตรียมความพร้อมเรื่องการป้องกันโควิดด้วย

เดินเข้าไปในห้างก็จะเจอคำแนะนำให้ใส่หน้ากาก โซเชียลดิสแทนส์ และมีสเปรย์ฆ่าเชื้อให้ใช้ค่ะ
รวมถึงมีการแจ้งว่าพนักงานอาจจะตรวจวัดอุณหภูมิด้วย

วันนี้ที่เรามานอกจากจะมีเดปาจิกะขายอาหาร ของฝาก ของกินแล้ว
ชั้นใต้ดิน B2 ยังมีโซนร้ายอาหาร
และมีชั้นร้านอาหารที่ชั้น 8 อีกด้วย

โดยส่วนใหญ่ห้างญี่ปุ่น ร้านอาหารที่ชั้นล่างมักจะ casual กว่า และราคาถูกกว่าร้านชั้นบนค่ะ

เอาล่ะ ลงไปชั้นใต้ดินกันเลยดีกว่า!
//ปาดน้ำลาย (=゚ω゚)ノ

ลงมาถึงทางซ้ายมือเราจะเจอโซนขนมและของฝากก่อนเลยค่ะ เปิดมาปุ๊บก็เห็นร้านชื่อดังแล้ว!

ใครชอบชอคโกแลตต้องรู้จักยี่ห้อนี้แน่ๆ กับ Godiva
มีชอคโกแลตและเซ็ทขนมมากมาย ซื้อไปกินเองก็ได้ ซื้อไปฝากคนอื่นก็ดี

นอกจากนี้ก็มีร้านขนมแบบญี่ปุ่นต่างๆ
ความพิเศษของขนมญี่ปุ่นคือมักจะทำขนมสอดคล้องกับฤดูกาลค่ะ
ช่วงนี้เลยมีขนมฤดูใบไม้ร่วงอย่างโยคังใส่เกาลัด ขนมที่แต่งสีและหน้าตาให้เหมือนโมมิจิ (เมเปิ้ลเปลี่ยนสี)

ร้านนี้ขายข้าวเกรียบกุ้งญี่ปุ่น
ใครกินของไทยแล้วบอกไม่กุ้งสะใจ แนะนำให้มาซื้อชิมที่ญี่ปุ่น
เพราะ…เห็นไหมคะว่ากุ้งมาเ็นตัวๆ เลย! ที่สีแดงๆ รูปร่างยาวๆ นั่นคือเอากุ้งทั้งตัวไปทำค่ะ

หน้าตาร้านเป็นแบบนี้ ใครสนใจแวะไปนะ ขอบอกว่าอร่อยมาก กุ้งเป็นกุ้ง!!
แถมยังมีข้าวเกรียบพิมพ์ลายตามฤดูกาลอย่างลายใบไม้เปลี่ยนสีอีก

ตรงนี้มีร้านขนมญี่ปุ่นอีกร้านกับพวกกับข้าวค่ะ

กับข้าวมีทั้งแบบแช่เย็และไม่ต้องแช่ เป็นพวกปลาปรุงรส โป๊ะข้าวทานได้เลย หรือมาพร้อมน้ำซุปทำข้าวต้มญี่ปุ่น (โอจะซึเกะ – Ochazuke) แล้วก็มีพวกสาหร่ายอีก

ที่นี่มีร้านขนมชื่อดังอย่าง KIHACHI (คิฮาจิ) มาเปิดบูทอยู่ด้วยนะ

เมนูดังของร้านเขาคือโรลผลไม้ค่ะ
แต่ขอบอกว่าถ้าตัวครีมอร่อย เมนูอย่างอื่นก็อร่อยอย่างไม่ต้องสงสัย!

ร้านนี้เป็นขนมเคลือบชอคโกแลตที่หน้าตาน่ารักมากกกกกกกกกก
เคลือบด้วยชอคโกแลตต่างๆ แต่งหน้าด้วยผลไม้แห้งหรือดอกไม้ทานได้ (edible flower)
ซื้อเป็นของขวัญก็เหมาะเลยค่ะ

มีมุมของฝากยอดนิยมอีกต่างหาก
ขวัญใจคนไทยต้องนี่เลย Royce!
เรียงกันเพียบ ชอคโกแลตสดก็มีหลายรส ใครตามหาสินค้าเยอะๆ ในตัวเมือง ขอให้นึกถึงที่นี่เอาไว้นะคะ

นอกจากนี้ยังมีสินค้าของดีจากทั่วญี่ปุ่น อย่างมุมนี้เป็นขนมจากฝั่งตะวันออกของญี่ปุ่น

ไม่ต้องไปถึงฮอกไกโดก็ซื้อขนมดังของฮอกไกโดได้!!

ถัดมาอีกโซนนึงคือโซนกับข้าวค่ะ
เตรียมน้ำลายสอกันต่อเลย

เริ่มจากมุมข้าวกล่อง ถึงเป็นของในห้างก็ไม่ต้องกลัวเรื่องราคา เพราะราคาไม่ต่างจากทานข้างนอกเลย เผลอๆ ถูกกว่าอีก

แถมยังมีลดราคาด้วย!
กล่องนี้ข้าวหน้าแฮมเบิร์กชีสและไก่ย่าง 698 เยน ได้ลดราคาอีก 30% เหลือแค่ 483 เยนเท่านั้น!!

ใครอยากซื้อกับเป็นอย่างๆ ก็มีให้เลือก
ในภาพคือมีทโลฟผสมฟักทอง เป็นเมนูช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฮัลโลวีน

อยากเฮลตี้หน่อยก็ซื้อสลัดผักใส่แฮมสด

มีตู้แช่ของร้านเฟรนไชส์ซุปยอดนิยมอย่าง soup stock tokyo ขายซุปมากมายหลายแบยให้ซื้อไปทานสะดวกที่บ้าน

ซุปอินเตอร์ๆ ก็มีนะคะ ไม่ใช่จะมีแต่ของญี่ปุ่นนา
อย่างซุป Borscht ของทางยุโรปตะวันออก
ข้างหลังที่เห็นก็มีซัมเกทังของเกาหลี

ส่วนใหญ่จะอยู่ราคาซองละ 600 เยนขึ้นไปค่ะ

อยู่คนเดียวแต่อยากกินหลายอย่าง ต้องกับข้าวยกกล่องแบบนี้เลย! กล่องเดียวได้ทั้งไข่หวาน ผักตุ๋นปรุงรส ถั่วคลุกปลาข้าวสาร ปลาย่าง ลูกชิ้นไก่ และอื่นๆ

ถัดมาอีกหน่อยคือโซนซุปเปอร์มาร์เก็ตค่ะ ซึ่งที่นี่ก็มีของมากมายให้ซื้อ ทั้งของสด ผัก ผลไม้ เครื่องดื่ม อาหารปรุงสำเร็จ อาหารแช่แข็ง แข่เย็น เครื่องปรุง
เรียกว่าจะคนอยู๋ญี่ปุ่นหรือนักท่องเที่ยวต้องเสียตังแน่นอน

อย่างเครื่องปรุง เครื่องเทศ ก็มีให้เลือกละลานตาขนาดนี้เลย และขอบอกว่านี่แค่ส่วนเดียวนะ!

สินค้าโซนนี้ถูกใตคนไดเอ็ท เพราะเป็นอาหารสำเร็จขนาดพอเหมาะแค่ 100 กิโลแคลเลอรี่
ใครคุมอาหาร หรืออยากนับแคล ก็ทำได้สบายๆ เลยค่ะ
ราคาก็ไม่แพงด้วยนะ ตกห่อละ 139 เยนเอง

เครื่องดื่มที่นี่ก็มีเรียงกันมากมายเลยค่ะ

แค่นมอย่างเดียวก็ตาลายแล้ว!

นมญี่ปุ่นนี่แอดมินใบ้ให้ว่า เห็นยี่ห้อไหนแพงหน่อยก็ซื้อไปเถอะ ที่นี่รสชาตินมตามราคาจริงๆ ค่ะ
ส่วนนมที่เรียกว่ามาตรฐานเลยคือเมจิ (Meiji) กล่องสีขาวลายฟ้า

พาไปดูของสดด้วยดีกว่า

วัว!
คุณวัวญี่ปุ่นวะกิว!
แล้วไม่ใช่ย่อยๆ เพราะมีขายทั้งวัวคุโรเกะวะกิว (วัวดำญี่ปุ่น) หรือวัวมัตสึซากะ ราชาเนื้อ!
ราคาที่เห็นนั่นคือาคาต่อ 100 กรัมนะคะ

ใครเห็นราคาตรงนั้นแล้วตกใจ มาดูมุมที่หั่นแล้วดีกว่า ตรงนี้ก็เป็นวัววะกิวเหมือนกัน ลายสวยมากกกกก บางห่อมีแปะลดราคาแล้วอีกต่างหาก
โอกาสได้กินวัวดีๆ ราคาคุ้มค่ามาถึงแล้ว!!

นอกจากนี้ยังมีโซนตู้แบบร้านขายเนื้อ ตรงนี้จะมีเนื้อตัดแบบต่างๆ ให้เลือก
ในรูปเป็นวัวคุโรเกะวะกิวสำหรับชาบูชาบู 100 กรัมพันเยน

ลายแบบนี้นุ่มหวานแน่นอน!

japanese wagyu cheap kiriotoshi

ใครอยากประหยัดสักนิด แนะนำเป็นเนื้อแบบ 切り落し (Kiri otoshi) หรือ 小間切れ (Komagire) แทน
สองแบบนี้คือเนื้อที่อาจจะไม่เป็นชิ้นสวยงาม เพราะเป็นเศษเหลือจากตอนหั่นเนื้อชิ้นสวยๆ ค่ะ

อาจจะไม่ใช่ชิ้นใหญ่งดงาม แต่รับรองความอร่อยเพราะได้มาจากเนื้อชิ้นเดียวกันนั่นแหละ

เดินเลยมาอีกนิด น้ำลายกับเงินในกระเป๋าก็ไหลออกมาพร้อมกันเลยค่ะ
โซนซูชิซาชิมิก็แบบว่าน่ากินมากกกก
//แอดมินชอบปลาดิบค่ะ ( *´艸`)

ในรูปเป็นซาชิมิโอโทโร (ปลาทูน่าส่วนที่มันและแพงที่สุด) กล่องนึง 1,383 เยน ขอบอกว่าไม่แพงเลยแถมดูมันที่แทรกในเนื้อสิคะ (*´ω`*)

ใครอยากทานหลากหลายก็มีเซ็ทปลาดิบ 5 อย่าง (มีจูโทโร่ – ปลาทูน่าพร้อมมันระดับกลาง)

 

 

มีไข่ปลาอย่างทาราโกะและเมงไทโกะด้วย ราคาไม่แพง และอาจลุ้นเจอของลดราคาได้อีก
ทานกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยมากขอบอก

เซ็ทซูชิก็มีเหมือนกันนะ ทั้งแซลมอน อิคุระ (ไข่แซลมอน) และจูโทโร่

สลัดแซลมอนก็น่ากินมากกกกกกกกกกค่ะ
//คนรักปลาส้ม \(゜ロ\)(/ロ゜)/

ของสดก็มีปลาหลายอย่าง มีแบบหั่นชิ้นเสร็จให้คุณแม่บ้านซื้อไปประกอบอาหารได้ง่ายๆ เลยค่ะ

หรือใครยังขี้เกียจ ทำอาหารไม่ถนัดอีก
ก็มีแบบปรุงรสสำเร็จอย่างปลาคินเมะไดหมักเต้าเจี้ยวพร้อม
เหลือแค่ไปทำให้สุกก็ทานได้เลย ไม่ต้องปรุงเพิ่มแล้ว

จากนั้นมาดูโซนผักผลไม้กันดีกว่า
ช่วงนี้เป็นฤดูขององุ่นค่ะ ด้านหน้าเลยมีไชน์มัสแคทวางกันเพียบ

มีเมลอนด้วย ลูกละ 864 เยน

japanese pear nashi

สาลี่ญี่ปุ่น (梨 – nashi) ก็อยู่ในฤดูอร่อยพอดี
ลูกนี้ขายเป็นลูก ราคา 648 เยน แต่ลูกคือใหญ่มากกกกก เกินฝ่ามือแอดมินอีก! ( ゚Д゚)

บริเวณผักก็มีผักพื้นฐานครบครัน ไม่ว่าจะผักกาด กะหล่ำ ต้นหอม ไข้เท้า มะเขือ
และมีฟักทองที่เป็นฤดูกาลด้วย

พูดถึงฤดูใบไม้ร่วงก็ต้องพูดถึงเห็ด!
และราชาเห็ดหรูหราไฮโซก็คือ “เห็ดสน” หรือ “มัตสึทาเกะ (松茸)” ค่ะ!

ช่วงนี้ในญี่ปุ่นจะมีทั้งของญี่ปุ่นและของนำเข้ามาขาย
ซึ่งญี่ปุ่นเป็นชาติที่มีความน่าแปลกตรงที่ “ของนำเข้าหลายครั้งราคาถูกกว่าของในประเทศค่ะ”

อย่างนี่คือเห็ดสนจากอเมริกาและแคนาดา

แต่นี่คือเห็ดสนญี่ปุ่นจากยามากาตะค่ะ!
ขนาดใหญ่กว่าก็จริง แต่ราคาก็แพงกว่าหลายเท่าตัว!

ใครไม่ถนัดทำอาหารเลย… ก็มีของสำเร็จแบบแค่อุ่นปิ๊งขายนะ
ในรูปเป็นแกงกะหรีสำเร็จค่ะ แค่แกงกะหรี่อย่างเดียวก็มีให้เลือกเป็นสิบแบบเลยล่ะ

กล่องสีฟ้าๆ เป็นยี่ห้อ Shiseido ยี่ห้อเดียวกับเครื่องสำอางชื่อดังนั่นเอง!

ไปจ่ายเงินกัน!

เวลาจะจ่ายเงินตอนนี้ก็ต้อง socail distance!
มีลูกศรบอกให้ยืนห่างกันไว้ค่ะ

ตอนนี้ที่ญี่ปุ่น ร้านรวงส่วนใหญ่ก็หันมาไม่แจกถุงพลาสติกแล้ว
ซุปเปอร์ของเซย์บุก็ต้องพกถุงมาเอง ไม่อย่างนั้นก็ต้องซื้อค่ะ

แวะลงไปชั้นใต้ดินอีกนิด จะมีร้านอาหารด้วย
ร้านนี้เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นค่ะ

นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารฝรั่งแบบออแกนิคเพื่อสุขภาพ ร้านอาหารจีน ร้านอาหารอินเดีย และร้านไวน์

เรียกว่าชั้นใต้ดินเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์!

แต่วันนี้แอดมินเสียเงินกับขนมและซุปเปอร์ไปแล้ว จะขอกลับบ้านไปกินก่อนล่ะ

วันนี้แอดมินเสียเงินอะไรไปบ้าง มาดูกันดีกว่า!

วันนี้แอดมินใช้เงินไปประมาณ 5,000 เยน ได้ของมาเท่านี้ค่ะ
ทั้งของกินเลย ของสด ของเก็บไว้กินวันหลัง และขนม

ครบถ้วนคุ้มค่า!

จานแรกเป็นอาหารอินเดียค่ะ 5555
ซื้อมาด้วยความสงสัยว่าทำไมแกงมันสีขาว

แต่รสชาติก็เหมือนแกงกะหรี่อินเดียปกตินะคะ นำมาอุ่นกินเองที่บ้าน อร่อยดีค่ะ

สองอย่างนี้ซื้อมาจากร้านขายกับข้าวแบบห่อสวยๆ ค่ะ
ซองหน้าเป็นปลาทาระหมักกับไข่ปลาทาราโกะ เอาไว้ทานกับข้าวสวยร้อนๆ
ส่วนอีกซองเป็นไข่ปลาทาราโกะกับน้ำซุปพร้อมทาน แค่เทใส่ข้าว จะทานเป็นข้าวต้มเย็นหรืออุ่นเป็นข้าวต้มร้อนก็ได้หมด

ตรงนี้ขอยากินิขุนิ๊ดนึง (=゚ω゚)ノ

ซื้อเนื้อวัวคุโรเกะวะกิวแบบลดราคามาพร้อมกับกิมจิค่ะ

พอเอาไปย่างในกะทะ โป๊ะบนข้าวสวยร้อยๆ ทานสลับกับกิมจิ
อยู่บ้านก็ฟินกับยากินิขุอร่อยๆ ได้นะ
//แผล่บๆ พิมพ์ไปก็อยากกินอีก

salmon sushi

คนรักปลาส้มอย่างแอดมินก็ไม่พลาดจะซื้อเซ็ทซูชิแซลมอนมาด้วย!

มีทั้งแซลมอนนิกิริ (โปะหน้า) แซลมอนกุนกัน (หั่นเป็นชิ้นเล็ก วางบนข้าวแล้วเอาสาหร่ายล้อม) และเป็นมากิ (ซูชิม้วนสาหร่าย)
ทั้งหมดแค่ 755 เยน!

อร่อยจนน้ำตาไหลค่ะ (ノД`)・゜・。

kihachi roll cake halloween cookie

คบท้ายด้วยของหวานจากร้านดัง KIHACHI

เขาดังโรลผลไม้ แต่แอดมินซื้อมาเป็นโรลประจำฤดูกาลที่ใส่องุ่นไชน์มัสแคตค่ะ
ตัวองุ่นก็อร่อยนะ แต่ครีมที่ใส่นี่หอมมัน หวานกำลังดี ลงตัวจริงๆ

อีกอย่างคือคุกกี้มันม่วงผสมงา ได้กลิ่นหอมของมันม่วงกับงา สมบรรยากาศฤดูใบไม้ร่วงเลยล่ะ

batonnets de rusk ร้านนี้ซื้อเพราะหน้าตาล้วนๆ เลยค่ะ 5555
เพราะมันน่ารักเกินจะทานทน ขนมอะไรสีพาสเทลอ่อนโยนไม่พอ ยังมีดอกไม้อยู่ด้านบนอีกต่างหาก

ชอคโกแลตที่เคลือบมามีรสชาติต่างกันคือเลมอน บลูเบอรี่ และสตรอเบอร์รี่

แค่หน้าตาก็ชนะขาดแล้ว แต่รสชาติก็ไม่แพ้หรอกนะ!

Posted in พาเที่ยวพากิน, เรื่องเล่าญี่ปุ่น and tagged , , , , .

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *